การปลูกข้าว

๑. การปลูกข้าวไร่

การปลูกข้าวบนที่ดอนและไม่มีน้ำขังในพื้นที่ปลูก ชนิดของข้าวที่ปลูกก็เรียกว่า ข้าวไร่ เชิงภูเขา เพราะฉะนั้นชาวนามักจะปลูกแบบหยอด เนื่องจากที่ดอนไม่มีน้ำขังและไม่มีการชลประทาน การปลูกข้าวไร่จึงต้องใช้น้ำฝนเพียงอย่างเดียว พื้นดินที่ปลูกข้าวไร่จะแห้งและขาดน้ำทันทีเมื่อสิ้นฤดูฝน ดังนั้นการปลูกข้าวไร่จะต้องใช้พันธุ์ที่มีอายุเบา โดยปลูกในต้นฤดูฝน และแก่เก็บเกี่ยวได้ในปลายฤดูฝน


. การปลูก
ข้าวนาดำ

การปลูกข้าวในนาดำ เรียกว่า การปักดำ ซึ่งวิธีการปลูกแบ่งออกได้เป็นสองตอน ตอนแรกได้แก่การตกกล้าในแปลงขนาดเล็ก และตอนที่สองได้แก่การถอนต้นกล้าเอาไปปักดำในนาผืนใหญ่ ดังนั้น การปลูกแบบปักดำอาจเรียกว่า indirect seeding ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

.
การเตรียมดิน

ปกติจะต้องรอให้ฝนตกจนมีน้ำขังในผืนนา หรือไขน้ำเข้าไปในนาเพื่อทำให้ดินเปียก จึงมีการไถดะ (การไถครั้งแรกเพื่อทำลายวัชพืชในนาและพลิกกลับหน้าดิน แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ ๑ สัปดาห์ ) การไถแปร (การไถเพื่อตัดกับรอยไถดะ ทำให้รอยไถดะแตกออกเป็นก้อนเล็ก ๆ จนวัชพืชหลุดออกจากดิน การไถแปรอาจไถมากกว่าหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในนาตลอดจนถึงชนิดและปริมาณของวัชพืช เมื่อไถแปรแล้วก็ทำการคราดได้ทันที
)และ
การคราด (คราดเอาวัชพืชออกจากผืนนา และปรับพื้นที่นาให้ได้ระดับเป็นที่ราบเสมอกันด้วย นาที่มีระดับเป็นที่ราบจะทำให้ต้นข้าวได้รับน้ำเท่า ๆ กัน และสะดวกแก่การไขน้ำเข้าออก )

.
การตกกล้า

การเอาเมล็ดไปหว่านให้งอก และเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นต้นกล้า เพื่อเอาไปปักดำ การตกกล้าสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันคือ


- การตกกล้าในดินเปียก

-การตกกล้าในดินแห้ง

-การตกกล้าแบบดาปก ที่นิยมทำกันมาก ในประเทศฟิลิปปินส์ เป็นการเพาะกล้าบนกาบกล้วย


. การปักดำ

เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ ๒๕-๓๐ วัน ขั้นแรกให้ถอนต้นกล้าขึ้นมาจากแปลงแล้วมัดรวมกันเป็นมัด ๆ ถ้าต้นกล้าสูงมากก็ให้ตัดปลายใบทิ้ง สำหรับต้นกล้าที่ได้มาจากการตกกล้าในดินเปียก จะต้องสลัดเอาดินโคลนที่รากออกเสียด้วย แล้วเอาไปปักดำในพื้นที่นาที่ได้เตรียมไว้ พื้นที่นาที่ใช้ปักดำควรมีน้ำขังอยู่ประมาณ ๕-๑๐ เซนติเมตร เพราะต้นข้าวอาจถูกลมพัดจนพับลงได้ในเมื่อนานั้นไม่มีน้ำอยู่เลย ถ้าระดับน้ำในนานั้นลึกมาก ต้นข้าวที่ปักดำอาจจมน้ำในระยะแรก และทำให้ต้นข้าวจะต้องยึดต้นมากกว่าปกติ จนมีผลให้แตกกอน้อย การปักดำที่จะให้ได้ผลผลิตสูง จะต้องปักดำให้เป็นแถวเป็นแนว และมีระยะห่างระหว่างกอมากพอสมควร

. การปลูก
ข้าวนาหว่าน

การปลูกข้าวนาหว่าน เป็นการปลูกข้าวโดยเอาเมล็ดพันธุ์หว่านลงไปในพื้นที่นาที่ได้ไถเตรียมดินไว้โดยตรง ซึ่งเรียกว่า direct seeding การเตรียมดินก็มีการไถดะและไถแปร ปกติชาวนาจะเริ่มไถนาสำหรับปลูกข้าวนาหว่านตั้งแต่เดือนเมษายน เนื่องจากพื้นที่นาสำหรับปลูกข้าวนาหว่านไม่มีค้นนากั้น จึงสะดวกแก่การไถด้วยรถแทร็กเตอร์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีชาวนาจำนวนมากที่ใช้ แรงวัวและควายไถนา การปลูกข้าวนาหว่านมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การหว่านสำรวย ( เอาเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้เพาะให้งอกหว่านลงไปโดยตรง การหว่านวิธีนี้ใช้เฉพาะท้องที่ซึ่งดินมีความชื้นพออยู่แล้ว
)
การหว่านคราดกลบหรือไถกลบ (ชาวนาจะทำการไถดะและไถแปร แล้วเอาเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ได้เพาะให้งอก จำนวน ๑-๒ ถังต่อ ไร่ หว่านลงไปทันที แล้วคราดหรือไถเพื่อกลบเมล็ดที่หว่านลงไปอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากดินมีความชื้นอยู่แล้ว เมล็ดก็จะเริ่มงอกทันทีหลังจากที่ได้หว่านลงไป นอกจากนี้การตั้งตัวของต้นกล้าก็ดีกว่าวิธีแรกด้วย เพราะเมล็ดที่หว่านลงไปถูกดินกลบฝังลึกลงไปในดิน ) และการหว่านน้ำตม ( การหว่านแบบนี้นิยมใช้ในพื้นที่ที่มีน้ำขังประมาณ ๓-๕ เซนติเมตร และพื้นที่นาเป็นผืนใหญ่แล้วทิ้งให้ดินตกตะกอนจนเห็นว่าน้ำใสจึงเอาเมล็ดพันธุ์หว่านลงไป แล้วไขน้ำออก เมล็ดก็จะเจริญเติบโตเป็นต้นข้าว แล้วมีการเจริญเติบโตอย่างข้าวอื่น ๆ ตามปกติ การหว่านแบบนี้นิยมทำกันมากในท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา )

จาก http://www.kanchanapisek.or.th/kp1/data/03/lab1k31.htm

-----------------------------------------------------

เมื่อวานไปกินข้าวกับพี่ธีเลยคุยกันเรื่องการปลูกข้าวขึ้นมา ไอ้ตัวเราเองก็ได้ไปท้องนาที่บ้านยายบ่อย ๆ แท้ ๆแต่เรากลับรู้เรื่องที่เกี่ยวกับ นาและข้าวน้อยมาก เลยคิดว่า ไปหาความรู้หน่อยดีกว่า เมื่อวานก็รู้สึกผิดนิด ๆ ที่เรากินข้าวไม่หมดเหมือนกัน ตอนเย็นเลยไปกินสเต๊กสำนึกผิดแทน หุหุ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ข้าวที่เรากินทุกวันเป็นเรื่องใกล้ตัว
ไม่ยักรู้ว่าปลูกยากเหมือนกันนะเนี่ย

#1 By " POOMOO " on 2007-02-06 09:23

ความรู้ใหม่ เราเองก็กินข้าวไม่หมดเหมือนกัน สงสารชาวนาเนอะ

#2 By storylife on 2007-02-06 10:08

เมื่อก่อนเคยคิดว่า
"ดำนา" คือการที่ชาวนา...กระโดดลงไปดำผุดดำว่ายในนา....

เเหม่......นะ

#3 By KusaYoshi on 2007-02-06 11:38

กว่าจะได้เป็น"ข้าว" เนอะ

#4 By Nemo on 2007-02-06 14:06

อืม...ข้าว
จำได้ว่าตอนเด็กเคยไปช่วยยายดำนา
มันต้องปักต้นกล้าลงไปในดินแล้วเดินถอยหลัง เงยหน้าขึ้นมาอีกทีแถวที่ตัวเองปักล้มเป็นแนวเลย ฮ่วย
...
เจ้าของบล๊อกเด็กศิลปากรหรือนี่
สงสัยจะเป็นรุ่นน้องเราแน่ๆเลย

#5 By ::krappom:: on 2007-02-06 16:08

ขอบคุณนะคะที่แวะมาชมบลอคและที่ชมเจ้าของบลอค ด้วยอำนาจของโฟโต้ช๊อปแท้ๆเลยเชียว ฮิฮิ

รู้เรื่องข้าวเยอะจังเลยค่ะ ทานข้าวไม่ค่อยเหลือเพราะกินจุเป็นพายุ ใช้ชื่อเอนทรีว่า 11-7 นี่คือ ซีพี เซเว่น-อีเลฟเว่นป่าวอะคะ

#6 By BlUesE@-BlUesKy on 2007-02-06 18:13

ง่ะ กินสเต็กสำนึกผิด
ควรกินข้าวให้หมดทุกเม็ดนะ (แต่คงทำยาก พยายามเข้า)
จะได้โต อิอิ

#7 By Rij-J on 2007-02-07 00:04

หงึ...หงึ...หงึ...

อ่านแล้วคิดถึงบ้าน ที่บ้านก็มีนาแต่ตอนนี้ไม่ได้ทำเองหั้ยเขาเช่า

แต่ถ้าให้ป้าทำเองสงสัยจะรุ่งริ่งแหม่มๆ

เคยโดนพี่ว่าเป็นบ้านนอกในกะลาครอบ

ไม่รู้เลยว่า อันไหนนาปัง อันไหนนาปี

ไม่รู้สักอย่าง

โง่จริงฉัน