ไปเที่ยวMyanmarกันเถอะ #4

posted on 11 Nov 2014 10:27 by gant in travel directory Travel, Diary
อ่านตอนอื่นๆ
----------------------------------------------------------------------------------------------------- Money mouth
Day 3 (ต่อ)
พอเอากระเป๋าจากรร.แล้ว เราก็บอกให้แท็กซี่ไปที่สถานีอองมินกะลาต่อเพื่อขึ้นรถ
แต่ลุงแท็กซี่ทำมึนพาหลง หลงตั้งแต่มารร.ก็ทีนึงละ เรานั่งงิมึนกับลุงแกจริงๆ
ฝนก็ตกแล้วยังต้องมาลุ้นอีกว่าจะถึงสถานีทันเวลามั้ยอีก เซ็งนิดๆ
พอรถเข้าสถานีอองมินกะลาก็จวนเจียนเวลา และก็เหมือนเดิมอีกมีคนมาเคาะกระจก 200
รถติดในสถานีอองมิงกะลามาก ฝนก็ปรอย เราเลยลงจากแท็กซี่แล้วรีบเดินไปห้องแถวที่ซื้อตั๋ว
มีรถมาจอดอยู่แต่เรายังขึ้นไม่ได้ คนขายตั๋วบอกให้เรานั่งรอก่อน
เราเดินไปหาที่นั่งในร้าน มีชาวพม่านั่งอยู่หลายคน เม้ามอย ดูทีวีมั่ง
ทีวีที่เปิดให้ดูเป็นรายการตลกของพม่านะ มีตลกชาย4-5คน แล้วก็ตลกญ.1คน หน้าตาสวยเชียว
รู้สึกว่ามุกตลกน่าจะคล้ายๆ ของไทยเช่น มุก เข้าแถวนับเลขอะไรงิแหล่ะ
น่าจะขำมาก คนพม่าหัวเราะกันเกลียว ก็นั่งดูรอรถไป
มีคนมาเดินขายของเป็นระยะ ไม่ได้มีแต่ของกินเหมือนเมื่อวานแล้ว มีเสื้อ มีนาฬิกามาขายด้วย
 
 
แล้วในที่สุดเราก็ได้ขึ้นรถ ที่นั่งอยู่หลัง แต่ไม่สุดนะ เหลืออีก 2 แถว ฮึๆ
เราไม่รู้ว่าชาวต่างชาติขึ้นรถนี้มาบ้างมั้ย หรือมาแต่พวกเรา นอกนั้นก็พม่าล้วน แอบดมยาดมแป๊บ
รถออกตรงเวลา 6 โมงเป๊ะ
 
 
นั่งหลับๆ ตื่นๆ จนในที่สุดก็ถึงที่พักรถ แวะให้กินข้าว เข้าห้องน้ำ
แต่เราแขยง ขนลุก เพราะแมลงเยอะมากๆ ทั้งตรงห้องน้ำ ทั้งตรงที่กินข้าว น่ากลัวมาก
เข้าห้องน้ำเพราะจำเป็น ส่วนข้าวไม่กินนะ เรามีขนมปังที่ซื้อจากห้างที่อยู่ใกล้ตลาดสก๊อตแล้ว
มีขนมที่เข้าใจว่าเป็นมันฝรั่งทอด 55 ซื้อไม่ได้ดูอ่ะ กินแล้วมันแข็งๆ บาดคอ
แล้วก็พบว่ามันคือ ขนมมันสำปะหลังทอดจากสิงคโปร์ 5555 เลยได้ศัพท์ใหม่ cassava
 

 
Day 4
หลับๆ ตื่นๆ ไม่กล้าหลับเต็มที่ เพราะไม่รู้ว่าจะลงที่ไหน รถจอดตรงไหนเราก็มองดู
จนช่วงตี 4 กว่าๆ จอดอีกที่นึง เราเอ๊ะใจ เพราะที่อ่านๆ ผ่านตามาเราควรจะถึงยองอูตอนตี3
เลยหยิบแผนที่ไปถามคนขับรถบัส ลุงก็ไม่รู้เรื่อง ดีที่ลุงโบ้ยให้ไปถามพวกคนที่มาออรอรับคน
ทำให้รู้ว่าเราถึงสถานียองอู พุกามแล้ว รีบเรียกพี่สาวให้ตื่นแล้วขนกระเป๋าลงรถมา
พอลงรถก็รู้ว่าพวกคนที่มาออ ก็คือคนขับรถม้า เราเจรจาให้พาเราไปที่รร.ที่เราจองไว้
ก็มีลุงคนนึงบอกว่ารู้จัก ให้เราเดินตามเขาไป เป็นครั้งแรกที่นั่งรถม้า กุบๆกั๊บๆ
วิ่งผ่านด่านเก็บเงินเข้าเมือง ลุงจอดให้เราไปจ่ายตัง 15$ TT__TT จนเลย แต่ก็ต้องจ่าย
แล้วจะได้ตั๋วมา 1 ใบ เก็บไว้ให้ดี เผื่อมีคนเรียกตรวจ แต่ก็ไม่มีใครตรวจนะ
 
 
ตอนจองรร.เราตั้งใจให้อยู่ใกล้สถานียองอู แต่มารู้จากลงคนขับรถม้าว่า มันห่างกัน 7 กม.
ไอ้ที่ตั้งใจจะเดินก็เป็นหมันไป ฮึๆ ระหว่างทางลุงก็เสนอแพคเกจท่องเที่ยว 40,000MMK
เคยอ่านว่า เราควรจะตกลงกับคนขับรถม้าให้ดีก่อน ว่าจะไปไหนบ้าง พักเที่ยงมั้ยไรงิ
แต่ทำไมเราคุยกับลุงไม่ค่อยรู้เรื่องเนี่ย เราอยู่รู้ว่าลุงจะพาเราไปไหนมั่ง
ลุงก็ยึกๆยักๆ พูดแต่ sunset sunlight แต่ไม่บอกว่าไปไหนมั่ง รถม้าก็ขับไปเรื่อยๆ ฝนปรอยๆ
เราต่อรองราคากับลุงลดเหลือ 35,000MMK แต่เราก็ยังไม่ได้บอกตกลงกับลุงอย่างเป็นทางการนะ
อยู่ๆ ลุงก็กระชากม้าเปลี่ยนทิศการวิ่งจากถนนลาดยางไปทางเปลี่ยวๆ มืดอยู่ด้วย กลัวนะเนี่ย
แล้วลุงก็หยุด ลุงบอกว่าพามาดูพระอาทิตย์ขึ้น 555 ยังไม่ได้ตกลงกันจริงๆ เลยง่า
เราก็ไม่ค่อยแน่ในว่าจะมีพระอาทิตย์ขึ้นให้เราดูก็ฝนมันตกอ่ะ เลยนั่งคุยกับลุงก่อน ในที่สุดก็ตกลง
 
 
ลุงบอกให้ขึ้นเจดีย์ไปดูพระอาทิตย์ได้ ตอนนี้ฟ้ากำลังสลัว ฝนก็หยุดแล้ว
เราถอดรองเท้าขึ้นเจดีย์ไปดู สูงชันใช้ได้ หลงทิศนิดหน่อยว่าพระอาทิตย์จะขึ้นจากตรงไหนนะ
เดินรอบๆ เจอคนไทยด้วย เราเห็นแสงเรืองรองบนท้องฟ้าแล้วเลยพอเดาทิศตะวันออกถูก
ก็จุมปุ๊กนั่งดู ถือโอกาสจองที่ซะเลย พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้น สวยนะ ตรงนี้บรรยายไม่ถูก
เห็นเจดีย์เยอะแยะ บางองค์ก็มีไฟส่อง องค์ใหญ่ องค์น้อย แต่ไม่เห็นบอลลูนเลย
เจดีย์ที่เราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นชื่อว่า Buradi  pagoda จริงๆ เราว่าถ้าดูตรงอื่นที่สูงกว่า
น่าจะเห็นวิวทะเลเจดีย์ได้สวยกว่านี้มากๆ
 
 
 
มีคนหอบภาพวาดภาพเขียนขึ้นมาขายด้วยนะ วางซ้ายคนไม่สนใจก็เปลี่ยนมาวางทางขวามั่ง
อุสาหะจริงๆ แต่คงมีคนซื้อน้อยนะ ก็แหม เขาตั้งใจมาดูพระอาทิตย์กัน
 
 
 
 
 
พอลงจากเจดีย์มาแล้ว ลุงพาไปที่ Aung Mingalar Hotel รร.ที่เราจองไว้
อองมินกาลาอีกละ 555 นัดกับลุงให้มารับเราตอน 9 โมงเช้า
ตอนแรกเราเป็นกังวลว่า ถ้าเรามาถึงตี3 จริงๆ เราจะเช็คอินได้มั้ย ถ้าเช็คอินไม่ได้จะไปอยู่ที่ไหน
ลงทุนโทรจากไทยมาเช็คเลยว่าเช็ดอินได้มั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ได้อะนะ ปิดเที่ยงคืน
ตอนนี้ชิลๆ ละเพราะถึงตี 4 กว่า ดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกกว่าจะถึงรร.ก็ 7 โมงกว่า
ถึงอย่างนั้นเราก็เช็คอินไม่ได้อยู่ดี เปิดเช็คอินบ่ายโมง ตามเวลามาตรฐานรร.
แต่รร.นี้ดีมาก คือ เห็นใจคนมา มีห้องอาบน้ำให้ เราไม่ต้องทนเน่า และให้ฝากกระเป๋าไว้ได้
เราไปอาบน้ำแล้วก็นั่งคุยกันที่ล๊อบบี้ต่อ
 
 
ตาก็เหลือบไปเห็น รร.นี้รับจองตั๋วรถบัสด้วย
เราเลยจองตั๋วไปมัณฑเลย์ซะตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่ยุ่งยากทีหลังเหมือนตอนจะมาที่นี่
เราก็ไปคุยกับพนักงาน หูเราไม่แข็งแรง 55 เลยต้องบอกให้เขาเขียนเลขให้
ค่าตั๋วไปมัณฑเลย์จากพุกาม ราคา 8,500MMK เป็นรถปรับอากาศขึ้นที่สถานียองอู
มีรถสองแถวมารับจากรร.ด้วยไม่เสียตังเพิ่ม เออดีจังแฮะ
ค่ารถกับเวลาที่จะไปมีให้เลือก เราเลือกถูกสุดและไปเช้าสุด
 
จัดการอะไรๆ เรียบร้อยก็ 9 โมงแระ เดินออกไปลุงก็ยังไม่มา ข้าวเราก็ยังไม่ได้กิน
ให้เวลาลุงถึง 9.30 นะ ถ้าลุงไม่มาหนูจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวเองละนะ
ที่รร.มีจักรยานให้เช่า ทั้งจักรยานธรรมดา มีเกียร์ และจักรยานไฟฟ้า จำค่าเช่าไม่ได้
เราคิดมาว่าเราจะขี่จักรยานเที่ยวนี่นา 555 แล้วไหงเราตามลุงมาได้หละเนี่ย
 
ลุงมาช้ากว่ากำหนดไปนิดหน่อย เราขอให้ลุงพาไปตลาดเพราะเราหิว ยังไม่ได้กินข้าว
แต่ลุงไม่ไป พาเรามากินร้านใกล้ๆ รร. แทน คือถ้าเรารู้ เราก็จะเดินมากินเองแล้ว
ไม่รู้จะสั่งอะไร เพราะมีแต่ชื่ออาหารไม่มีรูป ดีหน่อยที่เป็นชื่ออังกฤษ พอเดาออก
พุกามมีข้าวผัดอร่อย การันตี
 
 
ลุงพาเราเที่ยวเหมือนจะวนไปวนมา ตามลำดับในแผนที่นี้แหล่ะ
อันนี้ทำมาทีหลัง หลังจากลุงพาเที่ยวเรียบร้อยแล้ว
แต่ว่าไม่ได้ใส่เจดีย์ที่ลุงพาไม่ดูพระอาทิตย์ขึ้นไว้ด้วย เจดีย์นั้นไม่มีในแผนที่
ถ้าให้เดาน่าจะอยู่ใกล้ๆ จุดที่ 14 มโนเอาเอง