Chomreabsuor@SiemReap

posted on 06 Jan 2015 15:30 by gant in travel directory Travel, Diary
สวัสดีปีใหม่จ้า
หลายวันแล้วเนอะ คงทำงานกันหมดแล้วเนอะ
 
ก่อนปีใหม่ เราตั้งใจว่า พอหยุดงานปุ๊บเราจะนั่งรถไฟไปลาวทันที
แต่แม่บอกว่า ให้พาไปไหว้พระที่พิษณุโลกหน่อย เฮียก็บอกว่า เดี๋ยวจะพาไปเชียงใหม่ด้วย
เราหวังเต็มที่ว่าเราจะได้เที่ยว แต่แล้วก็เฟลเพราะทุกคนบอกไม่ไปแล้ว
แล้วคือมันยังไงหล่ะ เรายอมพักแผนของเราเพื่อทุกคน แต่ทุกคนกลับไม่ไป เฟลมาก เฟลสุดๆ
 
วันที่ 30 ธันวาคม 2557
เราและครอบครัวมาเยี่ยมยาย แล้วเราก็เก็บกระเป๋ามาค้างด้วย
เรานอนคิดสะระตะว่าเราจะต้องไปไหนซักกะที่แน่ๆ อาจจะไปลาวก็ได้ เลยหนีบพาสปอร์ทมาด้วย ฮึๆ
แม่ถามว่าจะกลับบ้านวันไหน เราเลยบอกเมื่อกับข้าวหมด 55
 
นอนกับยายก็คิดทั้งคืน รึขึ้นเหนือไหว้พระดี แวะพิษณุโลก แวะลำปาง แวะเชียงใหม่
รึเข้ากรุงเทพนั่งรถไฟไปหนองคาย แล้วต่อไปลาว โอ้ยยยเวิ่นเว้อมากๆ
ในที่สุดก็คิดได้ ถ้าไปสองทางที่มีอยู่ก่อนนี่จะเสียเวลา
เอาบ้านยายเป็นฐานนี่แหล่ะ นั่งรถไฟไปเที่ยวโรงเกลือกับเขมรแล้วกัน
ว่าแล้วก็เสิร์ชข้อมูล แคปเก็บๆไว้ เผื่อไปแล้วใช้เน็ทไม่ได้ หาที่นอนเผื่อไว้ก่อน
 
บอกยายว่าจะไปเที่ยว ไปคนเดียว แต่ยายไม่เชื่อ
ยายบอกว่า นัดใครไว้ละสิแล้วมาบอกว่าไปคนเดียว
ไปคนเดียวจริงๆ แต่ต้องรับเพื่อให้ยายสบายใจ
 
วันที่ 31 ธันวาคม 2557
แผนคือนั่งรถไฟไปอรัญประเทศ เข้าปอยเปต นั่งรถไปเสียมเรียบ เที่ยวนครวัด
รถไฟกรุงเทพ-อรัญประเทศ เที่ยวไปออกเวลา 05.05-11.35 น. และ 13.05-17.35 น.
เราเลือกเที่ยวตี 5 กว่าจะมาถึงบ้านยายก็ 8 โมงกว่าๆ
เอ่อ .. รถไฟมาช้ากว่ากำหนด และก็ถึงช้ากว่ากำหนดเที่ยงเกือบบ่าย
แถมช่วงปีใหม่ คนแน่น ยืนเกือบตลอดทางเลย ได้นั่ง 5 สถานีสุดท้าย
จริงๆ ก่อนจะได้นั่ง ก็เกือบจะได้นั่งนะ เห็นคนลงเยอะเราก็เลยแทรกตัวไปเหวี่ยงกระเป๋าจะนั่ง
ปรากฏว่า มีเจ้ที่ไหนไม่รู้อยู่ๆ มาหย่อนตูดลงนั่งเลย คือเรายืนตรงที่นั่งนี้มานานมากอ่ะ จนไม่น่าจะพลาด
 
 
อ่านจากเน็ตมาเข้าว่ามีรถสองแถวจากสถานีรถไฟไปตลาดโรงเกลือ แต่ถ้าไม่มีให้นั่งมอไซ
ซึ่งเราก็ไม่พลาดรถสองแถวเพราะมอไซแพง ร้อน และเปลืองตัง
เรารู้ว่ารถสองแถวจะมาเข้าคิวที่สถานีรถไฟอย่างแน่นอนในช่วงที่มีรถไฟเข้าออก
เดินออกจากสถานีรถไฟมาก็เจอแก็งค์มอไซเยอะแยะ แต่เราไม่สนใจ
สายตาเรามองหาสองแถว แล้วเราก็เจอ รถสองแถวคันใหญ่สีเขียว ข้างรถเขียนว่าโรงเกลือ
รีบขึ้นอย่างไว เพราะคนเยอะมาก แต่ละคนมีกระเป๋าใบใหญ่ น่าจะมาซื้อของ ค่ารถ 15฿
 
รถสองแถววิ่ง 10 กว่านาที ก็ถึงตลาดโรงเกลือ แต่เราไม่มีเวลาจะเดินดู
ต้องกดเงิน ซื้อเงินก่อนจะข้ามฝั่ง ซึ่งธนาคารหยุดจ้า 555 แล้วจะไปแลกที่ไหนเนี่ย
ธ.สีเขียวปิด ธ.สีม่วงปิดเหมือนกันแต่ข้างในปูเสื่อจกส้มตำกันจร้า
คือมันสถานที่ท่องเที่ยวมันน่าจะทำงานกันนะ ผลัดกันทำงานผลัดกันกินก็ได้ รึไม่งั้นอย่ามากินให้เห็น
ช่างแม่ม เสียเวลาเยอะแล้ว ผ่านแดนเลยดีกว่า ค่อยหาทางเรื่องเงิน
 
เดินไปตม.ทางถนนที่อยู่ระหว่างเซเว่นที่รถสองแถวเขียวจอด ระหว่างธ.กสิกร
ตม.ฝั่งไทยคนค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว และที่มากที่สุดคือคนกัมพูชา
แต่ทางเดินสำหรับคนถือพาสปอร์ทไทยคนไม่เยอะ ดูป้ายแล้วเดินเข้าไปเลย
ตอนแรกที่เข้าไปก็งงๆ ว่าถูกมั้ยเพราะทางมันโล่งมาก
เจอคนขายปากกา เราว่าจะซื้อเพราะไม่ได้พกมา เอาไว้เขียนใบขาเข้าขาออก
คนขายบอกว่าไม่ต้องซื้อไม่มีเขียน เราเลยถามหาที่แลกเงิน เขาว่าฝั่งปอยเปตมี
เราผ่านตม.ไทยด้วยดีไม่มีปัญหา สบายมาก
 
 
เดินออกจากด่านมาเจอพี่วินกัมพูชา เราไม่สบตาเลย 55 กลัวไขว้เขว
เพราะจากที่อ่านรีวิวต่างๆ มีคนไขว้เขวเยอะ จึงทำเป็นถ่ายรูปรอเพื่อน เผลอปุ๊บเดินข้ามฝั่งหนีเลย
เดินดูกาสิโนสักแป๊บนึง ก็หาที่แลกเงิน ที่แลกเงินก็ไม่ไกลนะ อยู่ใกล้ๆสะพานลอยกาสิโน สะพานที่2
เป็นร้านค้าเล็กๆ ถ้าไม่เรื่องมาก ก็แลกได้ เราได้เรท 33 บาทกว่า ถ้าแลกฝั่งไทยน่าจะได้ดีกว่านี้
 
อ่านจากเน็ทเขาว่า ให้ไปรอรถ Shuttle bus Free! ที่วงเวียนเพื่อไปสถานีรถบัสและขึ้นรถไปเสียมเรียบ
แต่ว่าในเน็ทไม่มีรูป Shuttle bus ที่ว่านี้เลย เราก็เลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
และเราหาได้ดีและง่ายกว่านั้น เราเจอรถ กรุงเทพ-เสียมราฐ รถนี้วิ่งมาจากหมอชิต จอดอยู่หน้าคาสิโน
ส่วนเรื่องจะอะไรยังไงต่อ สอบถามคนขับรถเอา เขาน่าจะมีคำแนะนำที่ดี
 
ตอนที่คุยกับลุงเรายังไม่ได้ทำเรื่องผ่านตม.กัมพูชาเลย แต่รถจะออกแล้ว
คุณกระเป๋ารถเลยพาไปทำแบบด่วน อุบอิ๊บๆ 200฿ ไม่ต้องเข้าแถว
คือถ้าเข้าแถวก็ได้นะ แต่จะไม่ทันรถนี่เอง เลยต้องยอมเสียเงิน
 
ถ้าไม่ไปรถบัสก็นั่งแท็กซี่ไปได้ เหมาก็ 30-40$ นั่งแบบแชร์กันกับคนอื่นก็ 10$ โดยประมาณ
ที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะแชร์กัน นั่งกันเต็มคันเชียว ข้าวของพะรุงพะรังเชียว
สถานีขนส่งก็อยู่ไกลจากปอยเปตพอสมควร ลุงคนขับรถชี้ให้เราดู
 
 
เรานั่งรถมาจนถึงเสียมราฐซึ่งก็คือเสียมเรียบนั่นแหล่ะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ราวๆ บ่าย 4 โมงครึ่งก็ถึง
ก่อนจะมาจากฝั่งไทยเราติดต่อทางเมลกับที่พัก เขาถามว่า เราต้องการให้เขามารับมั้ย
เราเลยตอบว่าใช่ แต่เราไม่รู้รถจะไปถึงกี่โมง และไม่รู้ว่ารถจะจอดที่ไหน
ตอนนี้เรารู้ที่รถจอดแล้ว เราเลยขอให้คนจากบ.รถช่วยโทรคุยให้ ทางที่พักก็บอกจะมารับเราใน 5 นาที
 
ที่พักที่เราเลือกคือ V Homestay เราชอบพักโฮมสเตย์หน่ะ มันน่าจะได้เห็นชีวิตของคนที่นี่ดี
หลังจากมาถึงก็คิดว่าไม่มีอะไรที่เราผิดหวัง 55 ก็ไม่ได้หวังมาตั้งแต่แรกแล้ว แค่อย่าเจอคนใจร้ายก็พอ
เจ้าของโฮมสเตย์ชื่อ Vanna เป็นผช เขาบอกเราว่า ชื่อเขาเหมือนผญ.เนอะ
ที่ดีมาก คือ เขาพูดไทยก็ได้ อังกฤษก็ได้ เก่งอ่ะ อัธยาศัยดี เลยยิ่งรู้สึกดีมากๆ ไม่เกร็งที่จะพูดคุย
 
 
ตอนเย็นเขาพาเราไปซื้อซิม และก็ปล่อยเราไว้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ให้เราเดินเล่นในตลาด
อยากกลับก็โทรไปบอก เดี๋ยวเขาจะกลับมารับ
ข้าวเย็นคือถ้าไม่พาเรามาส่งที่ร้านข้าวเลยนะ เราคิดว่าเราจะเดินดูก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าจะกินอะไรได้
เราก็เลยจำเป็นต้องสั่ง 55 สั่งข้าวผัดทะเลไป อาหารที่ได้กลับมาคือ ข้าวผัดทะเลที่ใส่ใบกระเพราะเยอะแยะ
เราก็ไม่กินกระเพราะอยู่แล้ว เลยลำบากหน่อย 55 ก็เลยกินไม่หมด เสียดายแต่ก็นะไม่กินต่ออ่ะ
 
ระหว่างช่วงที่กินก็โทรไปหาแม่ บอกว่ามาเที่ยวนะ มากับเพื่อน นอนบ้านเพื่อน ส่งรูปให้ดูพร้อม
 
ตอนเช็คบิล เด็กที่ร้านมาถามด้วยภาษากัมพูชา คงจะประมาณว่า ทำไมกินไม่หมด ไม่อร่อยเหรอ
เราก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไง เลยได้แต่ยิ้มตอบ แฮ่ๆ
 
 
จากนั้นเลยไปเดินเที่ยว Old Market ของที่ขายก็คล้ายๆ กับตลาดตามเมืองท่องเที่ยวแถบๆ นี้
เราเลยไม่ได้สนใจจะซืื้ออะไร เดินไปเจอร้านโปสการ์ด ก็ซื้อส่งซะหน่อย
แล้วก็เดินไปเดินมาตามถนนใน Old Market แล้วก็ถนนผับ ดูบรรยากาศปีใหม่
ตอนแรกกะอยู่เค้าดาวน์เลย แต่เกรงใจ Vanna ไม่รุ้เขาหลับเขานอนกันกี่โมง
แต่ถ้าจะให้กลับเองก็ไปไม่ถูกอีกแหล่ะ อยู่ตั้ง 3 วันยังจำทางกลับไม่ได้เลย
 
1 มกราคม 2558
ก็ตื่นตามปกติ น้ำหนาวมาก คิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเลยเช้านี้ไม่อาบน้ำ ล้างหน้าเฉยๆ
เดินออกนอกบ้านไปดูรอบๆ ตอนนั้นอยากได้จักรยานนะ จะได้ปั่นดูนู่นนี่
เมื่อวาน Vanna บอกเราว่าจะพาเราไปเที่ยว แต่ก็ไม่ว่างซะแล้ว
บอกให้น้องชายชื่อ Vannak พาไป คือชื่อคล้ายๆ กัน ออกเสียงแล้วมึนๆ
หลังจากนี้จะเรียก Vanna คนพี่ว่า V1 และ Vannak คนน้องว่า V2
แชะภาพกับท่านเจ้าของบ้านสักหน่อย อิอิ
 
 
ระหว่างทางรถนักท่องเที่ยวเยอะ ทั้งรถตุ๊กๆ รถบัส
อากาศดีมากเลย ลมเย็นๆ ต้นไม้สองข้างทางก็ใหญ่มาก เฮ้ยยย ชอบอ่ะ
 
 
 
ก่อนที่จะเที่ยว เราต้องซื้อตั๋วก่อน V2 ขี่ตุ๊กๆ พาเราไปซื้อตั๋ว
ตั๋วที่นี่ต้องถ่ายรูป พกไว้ เผื่อมีเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ เห็นว่าถ้าไม่มีจะโดนปรับแพงนะ
มีตั๋ว 3 วัน ตั๋ว 7 วัน ราคาก็แตกต่างกันไป เราซื้อตั๋วแบบเที่ยว 1 วัน 20$
ตรงที่ขายตั๋วคนเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนไทย จีน ฝรั่งเกาหลี เท่าที่เห็นอะนะ
 
 
เริ่มเที่ยวเลย V2 พาไปนครวัดก่อน หรือ Angkor Wat
พยายามถามแล้วว่า อังกอร์แปลว่าอะไร ก็ไม่ได้คำตอบ นึกไปถึงหนังอาหลองอยู่เรื่อย
แล้วที่เสียมเรียบนี้นะ โรงแรมมันก็มีคำว่า Angkor นำหน้าอยู่เกือบจะทุกโรงแรม
เราคิดว่า ถ้านัดกันที่รร.เล็กๆ อาจจะไปผิดรร.ได้ เพราะมันเยอะมว๊ากกกกก
 
พอถึงนครวัด V2 ก็กางแผนที่ให้ดู บอกตรงนั้นตรงนี้นะ บอกมาเถอะ จำไม่ได้อ่ะ 555
เราก็เดินเข้าไปเที่ยว ก็มีไกด์เข้ามาถาม ต้องการไกด์มั้ย เราบอกไม่เอาเราอ่านมาแล้ว
แต่จริงๆ รู้แค่สร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โอเคจบ!! เที่ยวได้
 
โอเคหาข้อมูลมาแล้ว
นครวัดสร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานถวายแด่พระวิษณุ
เป็นศิลปะสมัยยุครุ่งเรือง สร้างสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 แต่หลังจากนั้นก็มีการย้ายเมืองไปที่นครธม
มีนางอัปสร 1635 นาง ผมไม่ซ้ำกันด้วย รู้เรื่องขึ้นเยอะ 555
 
 
 
เดินจนเพลิน เหมือนว่าจะเลยเวลานัดกับ V2 เลยรีบเดินไปหาตรงที่จอดรถ
เจอร้านขายบาแก็ตก็เลยซื้อกิน 1$ บาแก็ตไส้ไข่เจียวหัวหอม พอเจอก็กินบนรถต่อ
นั่งยังไม่ทันกินหมด ก็มาถึง ซุ้มประตูนครธม V2 บอกให้เราลงรถเดินถ่ายรูปเดี๋ยวเขาไปรอข้างหน้า
เรายังกินไม่หมด ก็เลยนั่งกินที่บันไดท่าน้ำ อิ่มแล้วก็เดินถ่ายรูปต่อ
 
คนเยอะ รถก็แน่นเพราะทางเข้ามันนิดเดียวเอง บางคนก็แบบเดินถ่ายรูปไม่มองทางเลย
ตุ๊กตุ๊กบีบแตรละยังไม่หลบ จะถ่ายรูปจะอะไรมองให้ดีสังเกตุรอบข้างบ้างก็ดีนะ
 
 
เดินดูเดินถ่ายรูปจนทะลุฝั่งตรงข้ามแล้ว ก็เจอ V2 รออยู่ ไปต่อกันที่ ปราสาทบายน
คนเยอะมาก อลังการงานสร้างจริงๆ หินแต่ละก้อนใหญ่ๆ ทั้งนั้น ฝีมือก็ละเอียด คนทำทุ่มเทสุดๆ

มันน่าแปลกใจที่ชนชาติที่สร้างอะไรแบบนี้ได้กลับไม่มีผู้สืบทอดหลงเหลืออยู่บอกเล่าเรื่องราว
เหลือเพียงศิลปะที่คอยบอกผ่านกาลเวลา นี่แหล่ะถึงได้เรียกว่า "ศิลปะยืนยาวชีวิตสั้น"
 
 
สาระสักเล็กน้อย หาความรู้ใส่ตัวสักนิด 55
ปราสาทบายนอยู่ใจกลางของนครธม พระเจ้าชัยวรมันที่7 เป็นผู้สร้าง ใช้เป็นศาสนสถาน