11 ตุลาคม 2556
ครั้งแรกที่ได้พบกัน จำได้ว่าลูกแมวเล็กๆ ถูกขังอยู่ในตะกร้า
พอเปิดออกมาปุ๊บวิ่งอย่างรวดเร็วด้วยสองขาหน้า ส่วนขาหลังลากไปกับพื้น ทั้งตลกทั้งน่าสงสาร
แม่บอกว่า ป้าข้างบ้านเก็บมาจากคลอง มันน่าจะลอยมาจากไหนสักที่แล้วติดอยู่ที่ริมตลิ่ง
เก็บมาแล้วก็มายื่นให้แม่ บอกว่า ถ้าไม่เอาเขาจะเอาไปปล่อยวัด
แม่ก็เลยรับมา จับอาบน้ำเพราะตัวมีแต่โคลน แล้วก็ขังไว้ในตะกร้าเพราะยังไม่คุ้นกัน ชอบวิ่งหนี
จึงตั้งชื่อว่า 'บุญรอด' มาจากชื่อของลุงป้าที่เก็บเขาขึ้นมา ลุงบุญกับป้ารอด
 
 
อาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเรียบร้อยก็ต้องหาหมอกัน
หมอบอกว่า กระดูกสะโพกหลุด ถ้าจะแก้ไขต้องรอโตแล้วไปผ่าตัด
แต่ถึงทำแล้วก็คงเดินไปไม่ปกติ แค่ไม่ทุเรศ
บอกนางให้เก็บเงินค่าผ่าตัดไว้ นางถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอน
 
 
ทุกๆ วัน จะถูกขังอยู่ในตะกร้า แต่ก็ตั้งอกตั้งใจที่จะออกมาเยี่ยมโลกภายนอกเหลือเกิน
พอปล่อยออกมาได้จะวิ่งพล่านไปทั่ว เล่นอย่างร่าเริง
ก็เข้าใจได้อย่างหนึ่ง สัตว์มันไม่เคยมัวสมเพชเวทนาชีวิตตัวเอง ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในกองทุกข์

ตอนแรกๆ เราให้อยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน กลัวว่าเขาจะทำเลอะเทอะถ้าให้นอนด้วยกันข้างบน
แต่เขาก็ใช้กะบะทรายเป็นเร็วมาก ท่าทางค่อนข้างน่าสงสาร เพราะขาหลังที่เป๋นี่แหล่ะ
จนพอช่วยตัวเองได้มากขึ้น ก็พาตัวเองขึ้นบันไดไปนอนข้างบนกับเราได้
แล้วก็ความซน วิ่งเล่นสนุกสนานเกาะมุ้งลวดไปเรื่อย  วิ่งพันแข้งพันขาคน จะเหยียบซะก็ตั้งหลายหน
จนเราแทบไม่ทันสังเกต บุญรอดเดินได้เกือบจะปกติแล้ว แต่ก็ยังมีอาการเป๋อยู่นิดๆ
 
 
 
ตอนนั้นที่บ้านเรามีแมวอยู่แล้ว 3 ตัว ปาสเตอร์ นินจา มะลิ
มะลิจะโดนปาสเตอร์รังแกประจำ จนเริ่มนิสัยไม่ดีตาม มะลิเริ่มรังแกบุญรอด
เราเข้าใจว่า ปาสเตอร์รังแกมะลิ เพราะมะลิสวย ขี้อ้อนพ่อแม่ แต่ปาสเตอร์อ้อนใครไม่ค่อยเป็น
ส่วนมะลิคงเริ่มเครียดที่ปาสเตอร์รังแกมั้งเลยมาลงที่น้องบ้าง บุญรอดก็ไม่ใช่ย่อย
พ่อบอกว่า บุญรอดชอบทำอะไรล้อเลียนมะลิ ตลกเนอะ
ส่วนนินจาเขาอินดี้ วันๆ ไม่ค่อยเจอตัว ไม่มีเรื่องมีราวกับใคร
 
 
เราก็ไม่ค่อยเข้าใจ แมวเด็กมักจะนอนกับเรา แต่พอโตทำไมไปนอนห้องพ่อกับแม่หมด
แม่เขาจะชอบว่า เด็กๆ มันไม่รักเขา มันรักพ่อ นอนหนุนแขน หนุนขาพ่อ
พ่อก็ว่า บุญรอดมันแย่งเขานอน ชอบมากระแซะ ชอบมานอนบนตัว
อันนี้เราก็คิดว่าจริง ตอนที่บุญรอดนอนกับเรา มันจะกระแซะ มาเบียด
แล้วที่น่าแปลกคือ ต้องด้านหน้าเท่านั้น ถ้าหันหลังให้ เขาก็จะเดินมานอนด้านหน้า รู้ได้ไง?
 
 
หลายเดือนต่อมาก็ได้ฤกษ์พาไปทำหมัน พักอยู่สองสามวันก็วิ่งเล่นได้ละ
เรามีดราม่าเรื่องทำหมันด้วยนะ คุณแฟนบอกว่า การทำหมันจะทำให้ปิดกั้นการเกิดของสัตว์
ดวงวิญญาณที่จะเกิดมาใช้กรรมทั้งหลายจะมาเกิดไม่ได้ และมันจะทำให้เรามีบาปไม่มีลูก
คือถ้าเราไม่มีลูกก็เพราะกรรมที่เราทำไว้กับตัวเองมากกว่า อย่าไปโทษเหตุอื่นเลย
เราก็เลยบอกว่า พระพรหมเขาเขียนชะตาไว้แล้ว ว่าแมวตัวนี้ต้องทำหมัน ไม่ใช่เรื่องที่เกินไปเลย
 
ไปซนโดนอะไรรึใครกัดขามาก็ไม่รู้ ขาเดี้ยงเป็นหนองเลย หมอต้องพันขาไว้ เป็นลูกตุ้มเลย
วันแรกๆ ที่โดนพันไว้ตลกมาก เหมือนแขยงขาตัวเอง เดินไปสลัดไป
กว่าจะหายก็พาไปล้างแผลอยู่เป็นสัปดาห์ เลิกซ่าไปได้พักใหญ่

 
 
ตอนบุญรอดคุยกับพี่เตอร์ก็ตลกนะ มุ้งมิ้งเชียว แต่พี่เตอร์เขาไม่ชอบคุยอยู่แล้วเลยแห้วไป
 
 
ชอบนอนในตะกร้าผ้าด้วย ที่มีตั้งเยอะไม่นอน
 
 
เวลาเล่นซนต้องโดนอาบน้ำก็ไม่กัดไม่ข่วน ยืนนิ่งๆ ให้อาบเลย
 
 
เรื่องราวมีเยอะมาก แต่ว่าก็ต้องจบลงแต่เท่านี้ เพราะสุดท้ายชีวิตก็ต้องมีการจากลา
 
 
.
.
.
 
วันศุกร์เริ่มรู้สึกว่า บุญรอดไม่กินข้าว นอนอยู่เฉยๆ หงอยมากๆ วันเสาร์ก็เลยพาไปหาหมอ
คลินิกแถวบ้านหมอก็ไม่อยู่ เลยพาไปหาที่อีกจังหวัดใกล้ๆ กัน
หมอตรวจดูอาการแล้วคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นเลือดจาง อย่างมากก็เอดส์รึลิวคีเมีย
ก็จัดการตรวจด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น ก็พบว่าเป็นลิวคีเมียจริงๆ เราก็อึ้งไป ...
หมอก็บอกแต่รักษาไม่หาย ให้ทำใจ ถึงรักษาก็แค่ยื้อ ยืดเวลาตาย
ตอนนี้ท่าทางจะหนักแล้ว ยื้อไปก็คงไม่ช่วยอะไรมาก
แม่ถามเราว่า แล้วเราจะปล่อยไว้อย่างนี้เหรอ ปล่อยให้น้องค่อยๆ หมดแรงตายไปเองเหรอ
เราก็ไม่รู้จะพูดอะไร จุกอก มันแน่น ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี  หมอฉีดยาบำรุงให้ ให้พากลับบ้าน
 
 
วันอาทิตย์เราก็เลยนอนกับบุญรอดทั้งวันเลย ไม่ไปไหน
ชวนคุย เขาก็ร้อง อือๆ
เอาข้าวให้กินก็ไม่กิน ก็เลยจับป้อนนม ป้อนไปได้นิดเดียวเองก็ไม่กินแล้ว
 
 
วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2558
ก่อนเราออกมาทำงาน เราก็บอกเขาว่า ถ้าสู้ให้กินข้าว แต่ถ้าไม่ไหวไม่ต้องห่วงอะไร พี่รักเราเสมอ
อุ้มเขามานอนบนที่นอนเล่น ใจก็อยากจะถ่ายรูปไว้สักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถ่าย จุ๊บเหม่งแล้วก็ออกไป

สายๆ แม่โทรมาหาบอกว่า โทรไปหาหมอประจำมา หมอบอกว่าถึงจะรู้ว่าไม่สบายแต่จะไม่ดูแลต่อไม่ได้
เย็นนี้พาน้องไปหาหมอกัน ไปให้น้ำเกลือ ไปรับวิตามิน

แต่เราก็พาไปไม่ทัน เรากลับบ้านมา แม่ก็ร้องไห้บอกว่าบุญรอดตายแล้ว ทำไมไม่รอแม่ ตัวยังอุ่นๆ อยู่เลย
ถ้าแม่มัวแต่ห่วงขายของ ถ้ากลับมา ก็คงทัน แม่ร้องไห้หนักมาก เราก็เลยร้องไม่ออก ได้แต่จับมือแม่ไว้

1 ปี 9 เดือน 29 วัน ทำไมเหมือนมีบุญรอดอยู่ในชีวิตนานมาก
Bye bye น้องสาวที่รัก หวังว่าสักวันเราคงได้พบกันใหม่

Comment

Comment:

Tweet