Japan 2015 First Time

posted on 18 Jun 2015 16:51 by gant in travel directory Travel, Diary
เพิ่งมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นจากความสนับสนุนของท่านผู้ใหญ่ใจดี
ออกเงินค่าทัวร์และพอคเก็ตให้ ขอบพระคุณค่า
อ้อ .. ไม่ต้องคิดไปไกล เจ้านายออกให้หน่ะ ทำงานหนักมาทั้งปีอยากให้เปิดหูเปิดตาบ้าง
 
こんにちは! 東京 สวัสดีจ้าโตเกียว
 
 
เป็นครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่น แต่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก เสื้อผ้าก็ใช้ของเก่าที่ไปเกาหลี
แต่จริงๆ ตัดสินไม่ถูกว่าจะจัดกระเป๋ายังไงดี สภาพอากาศและดูแปรปรวน
เลยจัดกระเป๋าวันสุดท้ายเลย ไม่ตื่นเต้นเลยสักนิสสสเดียว

เรทแลกเงินก็ได้ที่ประมาณ 100 ¥ 27฿กว่าๆ
รอบแรกฝากพี่แลกได้ 8250฿ ได้ 30000¥ รอบสองแลกเติมที่สนามบิน 1975฿ ได้ 7000¥
รวมแล้วมีพอคเก็ตมันนี่ไปช๊อปปิ้ง 37000¥

ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิช่วงดึก ไปถึงนาริตะก็เช้าพอดี
คราวนี้ได้นั่งเครื่องสองชั้นของการบินไทย นั่งชั้นบน สบายมากๆ นอนเลย แฮ่ๆ

วันแรก
ถึงนาริตะเช้าพอดี คนไทยเพียบ ชักจะสนุกแล้วสิ
แต่ก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนได้ แฮ่! คือไกด์ไทยนัดเวลากับไกด์ญี่ปุ่นไม่ตรงกับเครื่องลง
ไกด์ญี่ปุ่นเลยมาช้า แต่ก็กำลังรีบมาอยู่นะ ให้เรานั่งรอก่อน รอไปรอมาก็ได้เสียตังละค่ะ 555
 
 
ก็อย่างที่บอกแต่ต้นว่าไปกับทัวร์ Entry นี้ก็เลยจะไม่มีข้อมูลอะไรมาก นอกจากอวด 5555
เพราะงั้นเลยก็จะให้จบภายใน Entry เดียวเลย

ตามโปรแกรมทัวร์เราต้องหุบเขาโอวาคุดานิ กินไข่ดำ นั่งกระเช้าไปลงเรือโจรสลัด ช๊อปปิ้ง
เข้ารร. แช่น้ำแร่ หม่ำขาปูยักษ์
นั่งรถหงึกๆ หงักๆ หลับๆ ตื่นๆ รถก็จอด ไกด์ก็บอกให้ไปหาของกิน เลยได้โอกาสสำรวจร้านค้า มีแต่ของน่าหม่ำ
 
 
นั่งรถต่อไป เออ บ้านเมืองเขาแบบจุ๋มจิ๋มน่ารักเนอะ เล็กกระทัดรัดไปหมด ทั้ง รถ บ้าน ที่นา ดอกไม้ริมทาง
แต่ทุกที่สะอาดหมดเลย ไม่เห็นขยะเลย รวมแล้วน่าอยู่มาก ขนาดกำแพงยังสวยเลยอ่ะ เว่อร์ 555

รถวิ่งไปเรื่อยๆ เห็นทะเลสาป เห็นภูเขาฟูจิแว๊บๆ ตื่นเต้นอ่อ มว๊ากกก
แต่ที่อยากเห็นคือ ซากุระ แต่ แต่ แต่ เขาว่า ณ เวลาที่เราไป ซากุระโรยยยยแล่ว เสียใจ
แต่ แต่ แต่ ระหว่างทางก็เห็นซากุระแว๊บๆ นะ ก็ยังพอมีหวังอยู่นะ แอบหวังเล็กๆ
รถลัดเลี้ยวขึ้นเขา แล้วก็ถึงบ่อน้ำแร่กำมะถัน หม่ำๆ ไข่ดำ อายุจะยืน 7 ปี

แต่กว่าจะถ่ายรูปเสร็จกว่าจะได้เดินขึ้นเขาก็เสียเวลาไปพักใหญ่ 555
อ้อ อากาศวันนี้ ตอนนี้เย็นๆ และจะหนาวขึ้นอีกเมื่อไปถึงฟูจิ แฟชั่นวันนี้ก็เลยคือเสื้อขนเป็ด
ทางขึ้น ลานจอดรถ ลมแรงมว๊ากกกกก ตัวปลิวเลย

 
เดินขึ้นเนินเล็กๆ ไปดูน้ำแร่กำมะถัน เหนื่อยอยู่เหมือนกัน
ลมพัด กลิ่นกำมะถันใส่หน้า แทบอ้วก เหอะๆ แต่ก็ยังคงถ่ายรูปกันอย่างเมามัน

ซื้อไข่ดำมากิน 1 ถุง มี 5 ลูก 500¥  ก็เหมือนไข่ต้มนะ
กินแล้วจะอายุยืน 7 ปี
 
 
 
จากนั้นก็นั่งกระเช้าลงไปที่ท่าเรือโจรสลัด มองไปวิวก็สวย ต้นไม้ใหญ่
 เรือก็น่านั่งดี แต่หนาวววอ่อ
 
 
 
 
พอลงเรือไกด์ก็พาไปกินข้าว เอ่อ ไม่อร่อยอ่ะ  แค่พอกินได้
จริงๆ นะ ที่ไกด์พาไปกินไม่มีมื้อไหนอร่อยเลย 55 ซื้อกินเองอร่อยกว่า
 
 
เนื่องจากอากาศวันพรุ้งนี้ พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก และเป็นวันที่เราจะขึ้นภูเขาไฟฟูจิด้วย
ไกด์ญี่ปุ่นเลยบอกให้ไปขึ้นเลยเย็นนี้ ก็ไปกันเลยจ้า
รถพาวนขึ้นเขา ไปถึงชั้น 5 พอลงรถมาสั่นหงึกๆ เลยจ้า หนาวมว๊ากกกก ลมแรงมว๊ากกกกก
ขนาดใส่ขนเป็ด ขาดถุงมือ โอ้ยยยมือแข็ง จริงๆ เอามานะ แต่มันอยู่ใต้ท้องรถ
ลงมาเจอร้านขนมดักอยู่ก่อนเลย ชิมขนมแล้วไปเดินถ่ายรูปเกร๋ๆ
 
 
 
จากนั้นไปรร. Jiragonno Fuji No Yakata อาบน้ำ แล้วแต่งยูกาตะลงมากินขาปูยักษ์ อ่าฟิน
อยากแต่งกิโมโนด้วยอ่ะ ไม่มีให้แต่งเลย เสียใจ
 
 
วันที่สอง
รร.นี้มีออนเซ็นให้แช่ด้วย ด้วยเช้าเงียบๆ คิดว่าเงียบนะ ลงไปแช่มา กะดูพระอาทิตย์ขึ้นไปด้วย
เจอป้าๆ เพียบเลย มีมาพยายามชวนคุยด้วย อ่า เขิน ไม่เคยคุยกับผญตอนแก้ผ้าล่อนจ้อน 55
เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่กว่าจะลงน้ำได้ทั้งตัว โอ้ยยยย มันร้อน

แล้วรรนี้ดีมากเลย ทางเข้ารร.ยังมีซากุระให้เห็นด้วย หลายต้นเลย ถ่ายรูป ฟินๆ
 
 
 
ใต้ต้นซากุระมีโคลฟเวอร์อยู่เยอะเลย เราก็ไปนั่งหามา อิอิ
ดีใจคิดว่าเจอทั้ง 4 กลีบ และ 5 กลีบ ที่ไหนได้ใบ 4 กลีบมันใบขาด เลยเห็นผิดไป
แต่ที่ได้คือ 5 กลีบ อ่านจากโยทสึบะบอกว่า จะมีโชคดีเรื่องการเงิน
 
 
พอหม่ำข้าวเช้าเสร็จ ก็ต้องนั่งรถเข้าเมือง วันนี้จะไปเที่ยวในเมืองแล้ว
พนักงานในรร. เดินมาส่ง โค้งให้ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม จิตใจรักการบริการนี่ดีเริสจริงๆ
 
แล้ววันนี้เราก็นั่งรถเข้าเมืองอีกครั้ง ไปเที่ยวในเมืองไปช๊อปปิ้ง
ก่อนอื่นแวะที่พิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟฟูจิ ไกด์บอกว่า ที่นี่เราสามารถชมภูเขาไฟฟูจิได้สวยอีกที่
แต่ว่า วันนี้อากาศไม่ดี เมฆเยอะ แล้วหลังพิพิธภัณฑ์ก็เหมือนมีซ่อมอะไรอยู่ เครนอันเบ้อเร่อเลย
ก็เลยโชคดีมากที่ไกด์พาไปขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน เออ แต่ว่าทำไมไม่มีรูปที่นี่ 555 งั้นข้าม
 
 
จากนั้นมากินข้าวเที่ยง เป็นอาหารเซ็ทที่ไม่ค่อยอร่อย 5 มีอุด้งด้วย
ยกอุด้งให้น้องไป แล้วเอาเทมปุระของน้องมากินแทน รสชาติก็พอกินได้ ฮี่ๆ ไม่แย่
ระหว่างกินก็นั่งเขียนโปสการ์ดไปด้วย
ร้านขายของที่ระลึกข้างๆ มีโปสการ์ดขาย ถามแล้วมีสแตมป์ขายด้วย ก็เลยซื้อมา
เราชอบส่งโปสการ์ด ถ้าร้านไหนมีแต่โปสการ์ดขายเราก็ไม่ซื้ออ่ะ ขี้เกียจจะเสียเวลาหาสแตมป์อีก
แล้วยิ่งถ้าหาไม่ได้มันก็จะเซ็ง ซื้อมาแล้วไม่ได้ส่ง
 
 
 
ไปเยี่ยมฮาจิโกะ นึกถึงเรื่อง Gals แล้วก็ข้ามห้าแยกทางม้าลาย อารมย์ประมาณบ้านนอกเข้ากรุง
แต่ถ้าได้มองจากมุมสูงจะน่าสนุกกว่านะ มองต่ำๆก็เหมือนๆกันทุกแยก
 
 
ศาลเจ้าเมจิ ชอบอ่า มีแต่ต้นไม้ อากาศก็ดีมากเลย ตอนไปมีขบวนงานแต่ง สวยงามมากๆ
 
 
 
แล้วก็โดนปล่อยให้ช๊อปปิ้งที่ชินจูกุ รู้สึกว่าให้เวลาน้อยมากเลย ไม่จุใจเลย
เราไปร้าน 100เยน ร้านเครื่องสำอางก็หมดเวลาแล้วอ่า
พอถึงเวลารวมตัวไปกินข้าว เราก็เห็นเพื่อนไปซื้อรองเท้าโอนิซึกะอ่ะ เราเสียดายมากเลย
ใจมันยิ่งบอกว่า อยากได้ อยากได้ ทำไมไม่ไปซื้อว๊า เซ็งๆ อย่างแรง
 
 
 
 
ข้าวเย็นวันนี้เป็นชาบู ไม่ได้ถ่ายรูปมา อืมม เป็น้รานที่มีในไทยด้วย จำชื่อไม่ได้
แต่จำได้ว่าเค็มมากกกกก เติมน้ำเปล่าหลายรอบมากๆ
 
กลับรร.จบวันที่สอง
 
วันที่สาม
ด้วยความที่อยากได้รองเท้าโอนิซึกะมากกกกกกกกกก เมื่อคืนเลยทำการเสิร์ชหาที่ซื้อกับสถานที่จะไปวันนี้
ตอนเช้าคุยกับไกด์ไทย ไกด์ไทยถามไกด์ญี่ปุ่น วุ่นจัง 555
ไกด์ญี่ปุ่นก็ตอบมาว่า ถ้าต้องการบางรุ่นจะต้องดูจากแคตตาล็อคที่ร้านแล้วสั่งอีกสองอาทิตย์ถึงได้
ฟังแล้วเซ็งเพราะไม่ใช่คำตอบที่อยากได้ไง  เมื่อวันก่อนลุงแกก็พูดอย่างนี้แหล่ะ
แล้วเป็นไงได้มาคนละคู่สองคู่สี่คู่โน่นนนน
 
ที่แรกที่มาวันนี้คือ รั้วพระราชวังอิมพีเรียล รถจอดที่สวนตรงข้ามวัง แล้วปล่อยให้เราข้ามมา
มีสนามใหญ่ๆ อยู่หน้าประตูวัง คงจะคล้ายๆ สนามหลวงละมั้ง
เห็นแค่นี้เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เลยเดินกลับ แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงรถ
 
 
แว๊บนึงเห็นตู้ไปรษณีย์ เลยส่งโปสการ์ดถึงคนน่ารักซะหน่อย
 
 
 
แวะดูโตเกียวสกายทรี แล้วค่อยเดินไปวัดอาซากุสะ
 
 
 
พอเดินมาถึงวัด ไกด์ก็บอกว่า ไปกินข้าวเที่ยงกันก่อนนะ
ไกด์พาไปกินข้าวเทมปุระที่ใกล้ๆ วัด
 
 
 
อิ่มแล้วก็ไปเดินเที่ยว กว่าจะไปพ้นย่านร้านค้า เดินซะเหนื่อย หมดทรัพย์ไปเยอะ 555